
Nice Club
สมาคมคนน่ารัก By Dan+Beam

ไม่ได้อัพบล็อกนานมาก ๆ วันนี้ก็ถือเป็นวันดีเลยก็แล้วกัน
เพราะว่าเมื่อวานไปดูงานกับทาง
สมาคมฯ มา อิอิ ไม่ใช่สมาคมที่ไหน เป็นสมาคมคนน่ารัก
คอนเส็พท์เก๋ ๆ เค้าว่า
เข้า...ได้ทุกคน ซน...ได้ทุกวัย 

งานนี้ตรงตามคอนเส็พแบบสุด ๆ เพราะว่า
เราเองไปถึงที่งานประมาณเที่ยงได้
เห็นผู้คนทยอยมาที่งานนี้ ทุกวัยจริง ๆ ตั้งแต่เด็กน้อย ที่มากะพ่อกะแม่
ไปถึงรุ่นคุณแม่ ก็มา เห็นแร้วอดยิ้มไม่ได้สิน่า
ที่ไปถึงตอนประมาณเที่ยงเพราะว่า
จะมาซื้อบัตรหน้างาน
ตอนแรกกะว่าจะมาดูงานเฉย ๆ อาจจะไม่ได้เข้าไป
แต่ว่า ด้วยความที่อยากจะมีบัตรเก็บไว้ ก็เรย เอาๆๆ ซื้อดีกว่า
เค้าว่าจะเปิดขายตอนเที่ยงถึง บ่ายสามโมงครึ่ง ก็เรยไป
ตั้งแต่ช่วงเที่ยง กะว่าไปดูบัตรก่อนอื่นใด
แต่พอไปถึง รอยัล แล้ว งง ไง ด้วยความที่เคยไป บ่อยมั่กม๊ากก (ประชดสุดตัว)
ก็นั่งรอ อยู่ด้านหน้า บ่ายโมงกว่าก็แล้ว เมื่อไหร่จะเปิดให้เข้าซะทีน้อ

เห็น ผู้หญิงคนนึง เดินผ่านเข้าไปข้างใน
แต่เห็นแต่ข้างหลัง ท่าทางการเดินนี่ นางแบบมาก ๆ เลยบอกให้เพื่อนดู
เพื่อนก็ว่า หุ่นดีจัง นางแบบแน่ ๆ เรย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร
รอไปพักใหญ่จนเริ่มอดรนทนไม่ได้ กะจะเดินไปถามยามที่เฝ้าประตูอยู่
น้องแอม ณ แดนคลับฯ ก็โทรมา
เรยรอเจอน้องแอมก่อนแล้วค่อยไปถาม สุดท้ายเรยเดินไปถามกับน้องแอม
ขายบัตรที่ไหนคะ ? ... ที่นี่แหละคับ ...

อยากจะอุทานเป็นภาษาเขมรค่ะ นั่งรออยู่นาน มาก ๆ เลย
แต่ว่าที่ขายบัตรตอนแรกคิดว่า
จะตั้งเป็นบูธอยู่ภายในงานใช่ม้า แต่ว่า
ไม่ได้ตั้งเป็นบูธล่ะ ยืนกันอยู่ 3 คน ข้าง ๆ ทางไปห้องน้ำอ่าค่ะ
คิดไม่ถึงเรยไม่ได้ไปถาม อ่ะ ไม่เป็นไร ๆๆ
ไหน ๆ รู้แหล่ง แล้วก็เรยเดินมาบอกเพื่อนค่ะ ว่าขายตรงนั้น ๆ
บัตรเหลือน้อยมาก ๆ ค่ะ ตอนนั้นที่ถาม
เหลือแค่ 800 อีกที่นึง แล้วก็ 1200 อีกประมาณ6 ที่นั่งได้ค่ะ
เรากะเพื่อนก็เรยซื้อตรงบัตร 1200 กัน
แต่ด้วยความที่รู้ชะตากรรมแล้ว ว่าต้องออกจาก รอยัล ตอน 16.30 น.
เพื่อที่ว่ากลับบ้านจะได้ไม่มืด ไม่ค่ำมากนัก
(เพราะว่าคุณแม่ขอร้อง เอิ๊กกส์)

ซื้อบัตร ได้บัตรแล้ว ก็เดินเข้าไปภายในงาน คนเริ่มทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ
เจอน้องแอม น้องหมิว (เพิ่งเจอครั้งแรกเรย ^^)ณ แดนคลับ ฯ
แล้วตามมาด้วยพี่รัตน์ แล้วก็พี่ณี (ครั้งแรกเช่นกัน)
ทักทายกันพองาม ก็เรยแยกย้ายกันไปดูบูธต่าง ๆ สักระยะ เพราะว่า
คงจะได้อยู่แค่ไม่นาน ขอชมให้ทั่วหน่อยเห๊อะ คิคิ
อากาศภายในสถานที่จัดงานค่อนข้างเย็น แต่ว่า
เราเองกลับใจร้อนขึ้น ๆ เพราะว่า
เวลาที่เดินไปเรื่อย ๆ อย่างมีรออะไรเลย ใกล้จะบ่ายสามเข้าไปทุกที
เรายังคงนั่งรอ ๆๆๆ อยู่ที่บริเวณนั้นแหละ
มองผู้คนเดินไปเดินมา คุยกันอย่างสนุกสนาน แต่เรากับเพื่อน
เหมือนกับว่า ไม่รู้ว่า ข้างหน้าเราจะได้เจอกับคนที่เราอยากเจอมั้ย
หรือว่าเราต้องกลับกันก่อนที่จะได้เจอ .. ไม่เป็นไร

เหมือนกับนั่งทำใจกันอยู่นาน ประมาณ 15.45 น. เค้าก็ได้เปิดให้เข้าไปภายในฮอล์
คนต่อแถวกันเยอะมาก ๆ ผู้คนเริ่มทยอยกันเข้าไปภายในฮอล์
เรากับเพื่อน ขอออกมาเข้าห้องน้ำก่อน แต่ว่า ตอนเดินออกมาเพื่อนถามว่า
" กลับเลยมั้ย ? " แต่รู้เหมือนกันว่าไม่ได้ถาม
ด้วยความเต็มใจว่าจะกลับจริง ก็เรยตอบว่า เห้ย ขอเข้าข้างในหน่อยแล้วกัน
หลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จเรียบร้อย แล้ว เรากลับมาต่อแถวเพื่อ
แสดงตั๋ว + ตรวจของเพื่อเข้าฮอล์กัน
ก้าวแรกที่ก้าวเข้าไปภายใน เหมือนกับทุก ๆ ครั้งที่ไป คือ
ความมืด ความเย็น และเสียงเพลง
เป็น 3 สิ่งที่พอนำมารวมกันแล้ว มันลงตัวจริง ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
ทุกครั้งที่ได้อยู่ในบรรยากาศคอนเสิร์ตแบบนี้ มันมีความสุขยังไงก็ไม่รู้
ใกล้จะ 16.30 น. แล้ว ซึ่งเป็นกำหนดการที่เราจะต้อง
ออกเดินทางกลับบ้าน เพลงที่เปิดยังคงเป็น
เพลง และเอ็มวี ของนายกสมาคม ฯ ของเรานี่เอง ด้านซ้ายขวา มีโปรเจกเตอร์ขนาดยักษ์
เวที จัดฉากได้อลังการ สมกับ นายกสมาคม ฯ
หันมองผู้คนที่ทยอยเดินเข้ามา ในใจพลางคิดว่า เข้ามาเร็วๆหน่อยได้ไหม

เหมือนจะเร่งวันเร่งคืนเอาซะดื้อ ๆ อย่างนั้น
โปรเจกเตอร์ยังคงฉายเอ็มวีให้ดู
เพลงแล้วเพลงเล่า ดูไปก็อมยิ้มไปพลาง เหมือนกับคนไม่เคยดู ทั้ง ๆ ที่ดูมาแล้ว
กี่รอบต่อกี่รอบก็ไม่รู้ .... 
อยู่ ๆ เพลงก็ค่อย ๆ เงียบหายไป จิตใจก็ตุ๊มๆต่อมๆ รอให้เพลงที่ได้ยินต่อไป
เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี แต่...สุดท้ายก็ไม่ใช่
จน 16.30 น. เราเริ่มตัดใจ ที่จะได้เห็นนายกสมาคมฯ ทั้งสอง
โปรเจกเตอร์เปลี่ยนเป็นเบื้องหลังการ
ถ่ายทำโฆษณาแป้งเย็นตรางู ผมรู้ ... คุณก็ใช้
วนซ้ำหลายรอบ จนเราถอดใจ มือหนึ่งจับมือเพื่อนไว้
(เราไม่ใช่เลสฯ นะ 555+) ตาก็ก้มหน้ามองดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง
แต่เพื่อนเรา อยู่ ๆ ก็ตบขาเราอย่างแรง
เราเงยหน้าขึ้นมองเพื่อน ตาของเพื่อนจ้องไปที่โปรเจกเตอร์ที่ใกล้ที่สุด
เราก็มองตามเพื่อนไป ภาพนั้น เป็นภาพคนภายในฮอล์
เหมือนเป็นการทดสอบว่า กล้องเรา พร้อมแล้ว เราเงยหน้าอึ้งอยู่ได้ไม่นาน
สิ่งที่ทำให้เราอึ้งหนักกว่าเก่า คือ เสียงเพลงสรรเสริญพระบารมี
มือที่เคยจับกันไว้ มันจับกันแน่นยิ่งกว่าเดิม
เหมือนเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกดีใจ ที่ต่างคนต่างรู้สึกในตอนนั้น


มันเหมือนอะไรซักอย่างนะ กับการรอคอยอะไรที่มันเหมือน
ไม่มีทางได้ แต่ว่าในวินาทีสุดท้าย เราก็ได้
ได้จริง ๆ ด้วยแหะ ได้จิง ๆ เหรอ ดีใจมาก ๆๆๆๆ เราจับมือเพื่อนไว้แน่น
หันมามองหน้ากัน รู้เรยว่าต่างคนต่างมีความสุขแค่ไหน
แล้ว 15 นาทีหลังจากนั้น เราก็หลุดเข้าไป
อยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง โลกที่มีแต่เสียงเพลง เสียงกรี๊ด มีแต่สิ่งที่ทำให้เราสุขใจ
ถึงแม้จะแค่ 15 นาทีที่เราอยู่ในนั้น แต่เป็น 15 นาทีที่มีความหมายมากเลย
เพราะจนตอนนี้เราก็ยังรู้สึกถึงความดีใจนั้นได้
อะไรหลาย ๆ อย่างเมื่อวานที่เกิดขึ้น เราจำได้ เราสนุก
เราได้เพื่อนมาอีกสองคนที่นั่งข้าง ๆ เรา
ชื่อ แพรว กับ ป๊อบ ... บัตรที่ขายในวันนั้น ก็คงหมดเกลี้ยงเหมือนกัน
น่าดีใจแทนเจ้าของงานเนาะ ^^

ความสนุกของเรากับเพื่อน 15 นาทีในนั้น มันเหมือนจะชดเชยส่วนที่เราไม่ได้อยู่ดู
เพราะว่าทุกครั้งที่กรี๊ดกัน แหะ ๆๆ คนข้าง ๆ หันมาอมยิ้มให้เรย
สนุกมาก ๆๆ ดีใจนะ ที่ครั้งนี้ได้ไปอยู่ในคอนเสิร์ตอีกครั้งนึง
เมื่อคอนเสิร์ตผ่านไปได้ 15 นาที เพลงสุดท้ายที่ดู
คือเพลง "รักคนอ่าน" ยังไม่จบเลย ต้องตัดใจออกมาก่อน
หลังจากผ่านการถูกแสตมป์ที่แขนแล้ว เราก็กับเพื่อน ก็ออกวิ่ง
จากชั้น 5 ของพารากอน ลงมาที่
สถานี บีทีเอส เพื่อไปต่อยัง นุสาวรีย์ชัย ฯ และเป็นเพียง ผู้หญิงคนเดียวที่วิ่งอยู่บน
สะพานลอยนุสาวรีย์ชัยฯ เมื่อวานนี้ ถึงจะเหนื่อย จะรีบ แต่ก็ยังมีความสุข
กับการได้ไปอยู่ในคอนเสิร์ตแค่ 15 นาทีครั้งนี้
ไม่รู้สึกเสียใจเลย ... ซักกะนิดเดียว

นายกสมาคมฯ ทั้ง 2 ท่าน
นายกฝ่ายซ้ายยยยยย

และนายกฝ่ายขวา

ดูท่าต้อนรับของเค้าซะก่อนนน

เต้นจบ ... ท่าทางจะเหนื่อย

ดูเค้าทำซึ้งใส่กัน ... ยังไงกันเนี่ย ??

เอาละ ๆๆ ขอบคุณที่มาของภาพจาก sanook.com ค่ะ
http://music.sanook.com/gallery/gallery_12415.php
edit @ 2006/09/11 20:24:48